Wednesday, July 11, 2007

เรื่องเล่าของเด็กเลี้ยงแกะ ตอน ไข่นุ้ย

มีประสบการณ์มากมายที่ไม่เคยได้เล่าให้ฟัง แต่มักจะแอบเก็บไว้คนเดียว แต่คิดไปคิดมามันน่าจะเป็นเรื่องดีที่เราพบเจอเรื่องราวต่างๆแล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง เหมือนกับเรื่องนี้ที่ผมก็พึ่งประสบมาเมื่อคืนวานนี้เอง เป็นเรื่องราวของ พี่ไข่นุ้ย ณ คาราบาว จริงๆแล้วผมแอบตั้งชื่อพี่เขาให้ดูเก๋ไก๋นะ แต่ชื่อจริงของเขาก็คือ พี่นุ้ย นั่นเอง หน้าตาของพี่นุ้ยหล่อเหลาเอาการ ไว้ทรงผมยาว และที่สำคัญ หน้าตาเขาเหมือนพี่แอ๊ดวงคาราบาวเอามากๆ แถมเขายังเล่นกีต้าร์ได้เก่งไม่แพ้กัน พี่นุ้ยเป็นคนไทยที่มาอยู่นิวซีแลนด์ได้สิบกว่าปีแล้ว เรียกได้ว่า เป็นคนที่นี่ไปแล้ว บัตรประชาชนเมืองไทยก็ยังไม่มีเลย ผมได้มีโอกาสรู้จักพี่นุ้ยก็เพราะ รู้จักจากพี่อีกคนที่เป็นคนไทยที่เป็นพ่อครัวร้านอาหารไทยที่นี่ ชื่อ พี่สมส่วน เมือคืนวานผมกับพี่สมส่วนได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านพี่นุ้ย และ ไปทำอาหารกินกัน บ้านของพี่นุ้ย ตามความรู้สึกผม ผมว่า สวยเอามากๆ เพราะเป็นบ้านที่อยู่บนเนินเขา และ จะเห็นวิวจากห้องนั่งเล่นทะลุออกไป เป็นทะเล บ้านเมืองต่างๆที่อยู่ด้านล่าง เรียกได้ว่า ถ้าใครมีโอกาสได้ขึ้นไปดอยสุเทพและมองลงมา บ้านพี่นุ้ยก็เหมือนแบบนั้นเลย ผมและพี่สมส่วนเตรียมอุปกรณ์ไปทำอาหารกัน ซึ่งผมก็เป็นลูกมือพี่สมส่วนอีกตามเคย ก็เรียนรู้อะไรเยอะแยะ จากพ่อครัวใหญ่ โรงแรม อมารี กรุงเทพ ซึ่งผันตัวเองมาเป็นพ่อครัวร้านอาหารไทยที่นิวซีแลนด์ อาหารมื้อนั้นคือ ผัดกระเพราลิ้นหมู และ ย่างลิ้นหมู สุดแสนจะอร่อย นานมาแล้วที่ผมไม่ได้สัมผัสอาหารเผ็ดถึงใจแบบนี้ ยิ่งกินแล้วก็นึกถึงอาหารที่บ้านเรา
พี่นุ้ยเป็นคนอัธยาศัยดี ผมเดาเอาว่า หลังจากที่พ่อเลี้ยงพี่นุ้ยซึ่งเป็นชาวนิวซีแลนด์เสีย ทั้งแม่พี่นุ้ยกับพี่นุ้ยก็ได้รับมรดกตกทอดซึ่งเป็นบ้านที่สวยงาม พี่นุ้ยเป็นคนเหนือ เป็นอดีตนักเลงเก่า ไม่มีภรรยาสักที อาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว มีรายได้จากการทำงาน หักภาษีแล้ว 1500 เหรียญต่ออาทิตย์ ซึ่งผมฟังจากเขาเล่าอย่างมีความสุขแล้ว ผมอยากรู้จักคนคนนี้มากขึ้น
เรากินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย พี่นุ้ยกับพี่สมส่วนจิบไวน์ไปด้วย พร้อมกับดูหนัง Spiderman 3 ที่พี่สมส่วนเตรียมมา ส่วนผมก็ฟังพี่ทั้งสองคนต่างเล่าถึงความรู้ที่ตนเองมี ประมาณว่าเก็บข้อมูลไปในตัว และ สนุกกับการกินอาหารไทย เขาทั้งสองต่างเล่าเรื่อง ความขลังต่างๆของ เสือ ตะกรุด พระจตุคามรามเทพ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับ ความขลัง และเล่าถึงความเป็นนักเลงของแต่ละคนในอดีตว่าเป็นยังไงบ้าง ผมก็ได้แต่นั่งฟัง เพราะผมไม่มีประสบการณ์อะไรทำนองนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมนั่งคิดในใจก็คือ Are we the created or the creator? ผมรู้อยู่แล้วว่าเรานะ เป็นผู้ที่ถูกสร้างมา เราไม่ใช่ผู้สร้าง แต่คนเราส่วนใหญ่มักจะหลงนึกไปว่าเรานะเป็นผู้สร้าง เรานะเป็นใหญ่ ทุกวันนี้เรากลับแสวงหาสิ่งที่จะทำให้เราเป็นใหญ่ แต่ทำไมเรากลับไม่แสวงหาสิ่งที่สร้างเราขึ้นมา
ผมรู้สึกสนุกกับสิ่งที่พี่ทั้งสองคนเล่า ไม่ใช่เพราะผมเชื่อในสิ่งที่เขาเล่าหรอกนะ แต่ผมสนุกเพราะผมได้พูดคุยกับคนไทย ได้ดูทีวีสดๆ ของไทย ผ่านทาง Sky TV ได้กินอาหารไทย สักพักพี่ไข่นุ้ยก็ถามผมว่า "น้องเอ็ดดี้สูบบุหรี่หรือเปล่า" ผมก็ตอบว่า "ไม่ครับ ผมไม่สูบ" พี่เขาก็บอกว่า ดีมากๆ สักพัก พี่นุ้ยก็เดินไปหลังบ้าน พร้อมกับนำ ขวดน้ำเล็กๆ เจาะรูด้านข้าง พร้อมกับ บ้องไม้ไผ่เล็กๆ ติดอยู่ มาให้ผมกับพี่สมส่วนดู ซึ่งมันก็คือ บ้องกัญชานั่นเอง จากนั้นเขาก็เล่าต่อว่า กฎหมายที่นิวซีแลนด์ อนุญาติให้ปลูกกัญชาได้ บ้านละ ไม่เกินสองต้นเท่านั้น และสามารถมีกัญชาได้ตามที่เขาจำกัด แต่ห้ามขายไม่งั้นจะผิดกฎหมาย พี่นุ้ยเขาให้เหตุผลว่า เขาสูบกัญชา วันละครั้งเพื่อให้ อาการปวดหลังของเขา บรรเทาลง ผมก็นั่งนึกในใจ ผมนะปวดหลังทุกวันและมากกว่าพี่ซะอีก แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้กัญชาเลย จริงๆแล้วกัญชาเป็นพืชที่คนในอดีตเอามาใช้ทำอาหาร ทำก๋วยเตี๋ยว แต่พักหลังๆ คนส่วนใหญ่ใช้เกินขนาดจนกลายเป็นยาเสพติดไป จากนั้นพี่นุ้ยก็จุดไฟที่บ้องไม่ไผ่ แล้วเป่าลมที่ปากขวด และสูดลมเข้าไปในปอด และพ่นควันออกมา ถามว่าผมรู้สึกยังไง ณ ตอนนั้น ผมไม่เคยเห็นคนสูบกัญชามาก่อน ผมก็ไม่รู้มันเป็นยังไงเกิดมาก็พึ่งเคยเห็นนี่แหละ พี่สมส่วนในฐานะนักเลงเก่า เห็นแล้วก็อยากลองดูบ้าง ผมนั่งนึกในใจว่า ผมสงสารคนเหล่านี้ ขึ้นชื่อว่ายาเสพติดอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้น ถึงแม้ว่ามันจะถูกกฎหมายก็เถอะ แต่เราไม่สามารถไปควบคุมชีวิตของเขาได้ ผมไม่ได้สะอิดสะเอียน หรือรังเกียจพี่ๆแม้แต่น้อย แต่ผมกลับสงสาร อยากให้พี่ทั้งสองคนมารู้จักกับผู้สร้างที่แท้จริงดีกว่าแสวงความสุขชั่วครั้งชั่วคราวและไม่นิรันดร์ เรื่องเล่าของพี่ไข่นุ้ยอาจจะมีแค่นี้ แต่ประสบการณ์ที่พระเจ้ากำลังสอนผมได้เริ่มต้นขึ้นอีกหนึ่งหน้าแล้ว จริงๆแล้วมีอีกเรื่องที่ ถ้าผมเล่าไปแล้ว หลายคนอาจจะรับไม่ได้เลย แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ "We don't belong to the world" ดังนั้นขอไม่เล่าจะดีกว่านะครับ เรื่องราวต่างๆไม่ได้จบเพียงเท่านี้แน่นอน เพราะมีสิ่งดีดีเกิดขึ้นมากมายที่ผมพร้อมจะเล่าให้ฟังในครั้งต่อไป

Saturday, June 30, 2007

Just a story #2

Everytime when I had to speak or teach something in front of people I always forgot one thing that I was going to say but I didn't. It maybe because I was nervous, spoke fast, couldn't concentrate etc. I remember when I went to Singapore and I had to speak at the church, I was going to say "Thank you once again with all our hearts, souls and minds" this is very important part but I forgot to say it. Again in New Zealand at the church, I was going to say "I used to be jealous of other people because of they could run, walk better than me and I speak to myself that oh yeah! I used to be like that but now I am not, and again I speak to myself oh yeah I once was lost but now I am found, I once was blinded but now I see" This was the most important of my speech but I forgot to say it, hahaha. It's all good!!! I hope they will understand my point. There are many times that I always forget what I am going to say and it will happen again because I think I have a short memory.

Thursday, June 28, 2007

Huka Falls (น้ำตกสีน้ำเงิน)

น้ำตกสีน้ำเงิน หรือ Huka Falls เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งที่ผมชอบ ที่เรียกว่าน้ำตกสีน้ำเงินก็เพราะมันเป็นสีน้ำเงินจริงๆ ใสสะอาดมากแต่แฝงไปด้วยความรุนแรง ผมว่าถ้าตกลงไปก็ไม่ต้องส่งเสียงเรียกให้ช่วยหรอก คือตกลงไปก็คงไม่รอดแน่ๆ เสียดายที่เราไปถึงน้ำตกก็เกือบมืดแล้ว ประมาณ เกือบ ห้าโมงเย็น ผมกะว่าจะไปซื้อ postcard ที่ร้านขายของที่ระลึกสักหน่อยแต่ว่าร้านก็ปิดหมดเลย เราไม่ได้ไปถึงตรงน้ำตกจริงๆเพราะว่ามันมืด และก็อันตรายด้วย ก็เลยเก็บภาพมาฝากได้แค่นี้ก่อน ถ้ามีโอกาสอีกคราวหน้าจะเก็บภาพมาให้มากกว่านี้นะ เรากลับถึงบ้านเกือบ ทุ่มครึ่งพอดี ก็ถือว่าเป็นทริปที่น่าประทับใจอีกครั้งหนึ่ง ทริปต่อไปของพวกเราคือ Auckland ในเดือนข้างหน้า ติดตามตอนต่อไปนะครับ




Taupo

เราเริ่มออกเดินทางกันตอนเวลา บ่ายโมงครึ่ง ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 และ 33 เพื่อมุ่งหน้าไปเมืองรัวโทรัวก่อน แต่ว่าเนื่องจากเราออกเดินทางสายไปหน่อย เกรงว่าจะไปไม่ทันเมืองเทาโป ดังนั้นเราก็เลยตัดสินใจ ไม่แวะ เมืองรัวโทรัว แต่มุ่งหน้าสู่เทาโปเลย เมืองรัวโทรัว อยู่ใกล้ๆ ทารังกา ดังนั้นเรามาเมื่อไหร่ก็ได้ เราใช้เวลาทั้งหมดในการเดินทางไปเทาโป ประมาณ 2.30 ชั่วโมง ระหว่างทางเราก็ถ่ายรูปวิวสวยๆข้างทาง รวมทั้งถ่ายวิดิโอด้วย สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเรามากก่อนที่จะถึงเมืองเทาโปก็คือ ภูเขาหิมะสีขาว ที่เราเห็นอยู่เบื้องหน้า 50 กว่ากิโลเมตรก่อนถึงเมืองเทาโป เราไปถึงที่นั่นประมาณ 4 โมงเย็น ไปแวะกินอาหารมื้อเที่ยงที่เราเตรียมมาด้วย นั่นก็คือ สปาเก็ตตี้ ข้างๆทะเลสาบเทาโป ว่าๆกันว่าทะเลสาบแห่งนี้ ใหญ่กว่าประเทศสิงค์โปร์ซะอีก ผมเห็นแล้วผมรู้สึกถึงความสวยงานของเมืองนี้ อยากที่จะพักที่นี่สักหนึ่งคืน แต่ว่า แอนนี่จะต้องเดินทางในวันรุ่งขึ้นแต่เช้าเพื่อที่จะไปเกาะใต้ ดังนั้น เราจะต้องกลับทารังก้าให้ได้ จากนั้นเราแวะเข้าไปซื้อมันฝรั่งที่แมคโดนัลด์ เป็นการขับรถแบบ drive thru ก็เป็นครั้งแรกของพวกเราที่ขับรถเข้าไป เห็นแล้วก็สะดวกสบายดีอยากให้มีที่ประเทศไทยบ้างจัง จะได้ไม่ต้องลงจากรถ แต่นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้เราขี้เกียจกัน เพราะอะไรๆมันก็ง่ายไปหมดจนเราไม่อยากทำอะไรกัน นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่พวกเรามาเทาโป ครั้งแรกที่มา เห็นหิมะแค่นิดเดียว แต่ครั้งนี้ เห็นเยอะมากๆ ผมจะมาอีกครั้งเป็นครั้งที่สามในปลายเดือน กรกฎาคม สำหรับ Men's challenge แต่ครั้งนั้นจะไปถึงภูเขาเลย คิดว่าคงหนาวมากๆๆ ยิ่งหนาวก็ยิ่งคิดถึงบ้าน ยิ่งหนาวก็ยิ่งอยากให้มีคนกอด อิอิ




Wednesday, June 27, 2007

Mission work #2

การทำงานวันที่สามเริ่มต้นขึ้นในตอนเช้าที่หนาวเหน็บมากๆ ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วเห็นกระจกรถยนต์เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง แต่ถึงหนาวแค่ไหนเราก็ต้องยอมทำงานในวันนี้เพราะว่า ไม่งั้นไม่มีเงินไปประเทศฟิจิ สิ้นเดือนกันยายนนี้ งานวันนี้คือ ทาสีรั้วบ้าน ก็เป็นงานง่ายๆแต่ไม่ง่ายเลยสำหรับเรา เพราะต้องทนกับอากาศที่หนาว อีกทั้งเรายังต้องทำงานแข่งกับเวลาอีกด้วย เพราะว่าเราต้องเดินทางไปเที่ยว รัวโทรัวกับเทาโป เรากะว่าจะเริ่มทำงานกัน 9 โมงเช้า แต่ว่าก็ต้องเสียเวลาไปอีก 1 ชั่วโมงเนื่องจากอุปกรณ์ไม่พร้อม เราใช้เวลาทาสีรั้วทั้งหมด 3 ชั่วโมงเต็มๆ กว่าจะได้เวลาออกเดินทางไปเที่ยวก็บ่ายโมงพอดีเลย แต่ก็เป็นการทำงานที่สนุกสนานดี


Monday, June 25, 2007

Mission work #1


(Tuesday 26, 07) We are still working on the second day of our holidays because we need money to go to FiJi mission in the end of September. In the video I woke up early today and went to get some coffee with Annie before we worked. It was cold this morning(it's cold everyday). We were going to paint the fence and the wall but we couldn't find the right paint yet so we have to come back again tomorrow. Also tomorrow we are going to Rotorua, Taopo for sightseeing. It will be so fun. I can't wait!!...

Sunday, June 24, 2007

Just a story(Thai)

วันก่อนไปหาซื้อกาแฟในเมือง แล้วลมมันพัดแรงมากๆๆ หนาวก็หนาว แถมลมยังพัดอีก เราก็กำลังเดินข้ามถนนคนเดียว แล้วลมมันพัดเรา ต้านแรงลมไม่ไหว รถก็จอดรอให้เราข้ามถนน แต่กว่าจะข้ามได้ แทบตายแน่ะ เกือบเซไปชนรถเขาแล้วว ลมอะไรพัดแรงจริงๆ

อีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่เคยได้เล่าเลย แต่อยากเขียนไว้ให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับครั้งต่อไป เรื่องของเรื่องคือว่า มีขโมยย่องเข้ามาในบ้านผม ในเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งผมและเพื่อนๆก็ไปโบสถ์กันตามปกติ แต่เรื่องๆของเรื่องคือ เราลืมปิดหน้าต่างไว้ ขโมยก็เลยเข้ามาทางหน้าต่าง แล้วขโมยโน๊ตบุคของเพื่อนร่วมห้องผมไป และขโมยกระเป๋าตังของเพื่อนอีกห้องหนึ่ง แต่ที่น่าแปลกก็คือ ทำไมขโมยมันไม่เข้าห้องผมหว่า ถ้ามันเข้าห้องผมนะ มันคงจะเอาโน๊ตบุคสีขาวของผมไปเป็นแน่ และถ้ามันเอาไปจริงๆ ผมคงได้แต่นั่งเหม่อลอยไม่เป็นอันทำอะไรแน่ๆ เพราะว่าโน๊ตบุคเป็นอุปกรณ์ทำมาหากินเลยอ่ะ เอาไว้ทำการบ้าน คุยกับเพื่อนๆ ทำเวบไซต์ ดูหนัง เล่นเกมส์ ส่งข้อความหาคนที่เราคิดถึง ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง อีกอย่างพึ่งซื้อมาด้วย เลยไม่อยากให้มันหายไปไหน

ผมชอบคำว่าให้โอกาสนะ เพราะผมรู้สึกว่า การให้โอกาสเป็นสิ่งที่ดี แต่ในเรื่องของการทำงานแล้ว คำว่า ให้โอกาสแทบจะหาไม่ได้เลยสำหรับผม ผมได้มีโอกาสไปทำงานที่ร้านอาหารและผมไม่เคยมีปัญหากับใครเลย แต่คำว่า การให้โอกาสสำหรับผม ไม่เคยมีเลยในเพื่อนร่วมงาน เนื่องด้วยเหตุผลหลักๆก็คือ ผมไม่เหมือนคนปกติ ถามว่าน้อยใจไหม ไม่นะ ไม่ค่อยน้อยใจเท่าไหร่ แต่แค่เกิดคำถามให้กับตัวเองว่า คนอย่างผมทำอะไรได้มากคนปกติตั้งหลายอย่าง แต่ทำไม ไม่ให้โอกาสผมล่ะ แค่เรื่องบางเรื่องที่อยากระบาย

Saturday, June 23, 2007

Kid Tueng (Miss YOU)

We(Eddie and Annie) have been going away from home 5 months already. New Zealand is a great country and beautiful place to live. I am really enjoying a lot in New Zealand. There is a saying by Eddie Bun-In "If you want to get a lot of money then go to America but if you want to see the heaven then come to New Zealand". Everything is good in New Zealand but we miss home and YOU who are reading this.

Fernland SPA (Hot Pool)

This is the place that I always go every Friday because I believe that it will help my back and my legs. It's the mineral springs from underground. It costs 5 bucks per person which is not bad for me. I have a sore back so it helps me when i get into the pool. In the video after studied hard for the exam and homework, we decided to go to the hot pool. I wish you could be here so I can take you there. It is a very nice place to go.

Wednesday, April 25, 2007

Give in (Yorm) just for YOU.

GIVE IN
I loved daring to live life as a man who has a dream.
Living life doing what I want, never caring what anyone thought.
Then you, I don't know where you came from,
you got my feelings mixed up.
You made me think hard about what I should do.
I started to give in, started to do as you wanted,
changed from the person that I was for you.

However you liked it. I just wanted you to be happy.
I gave in to you alone, you are the only important person for me.
I did without fail anything you wanted, because I loved you so much.
At least this time I've learnt what a life that has you in it is like.
Even if there are things I've had to change,
it's to keep you coming to see me.

I gave in to you alone, gave in to the best person.
I love you so much.

It's the song that I really like it. There is no way that you can find a perfect person who wants to spend the rest of her/his life with you but a million ways to find a really good one.
If you already have it...Don't lose it!!!


Credit: http://www.ethaimusic.com/popup/a_0011.htm
PS: If you want to listen to the song just click the play button.

Sunday, April 22, 2007

Great trip in Rotorua and Taupo

วิวข้างหลังเป็นทะเลสาปและภูเขาหิมะน้ำตกสีน้ำเงิน
หนาวอะไรเช่นนี้หนอ
การเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้ถ้าไม่มีอาจารย์สองคนที่ชวนไปเที่ยวด้วยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาส ได้ไป ต้องขอบคุณเป็นอย่างมากสำหรับทริปครั้งนี้ พอถึงวันเดินทางจริงๆ ผมไม่อยากที่จะตื่นเลย เพราะว่า อุณหภูมิตอนนั้นบอกได้ว่าคำเดียวว่าหนาวมากๆ แต่ก็กัดฟันตื่นขึ้นมา เพราะนานๆทีจะได้ออกไปเที่ยวแบบ นี้บ้าง สังเกตุได้จากเสื้อกันหนาวสองตัวที่ผมใส่ ยังอบอุ่นไม่พอเลย เข็มนาฬิกาหมุนไปที่ แปดโมงครึ่งก็มีรถ มารับผมที่บ้าน เป็นรถครอบครัวนั่งได้ 8 ที่นั่ง มีคนเดินทางทั้งหมด 5 คน ผมเลยถือโอกาสนั่งหลังสุดคน เดียว เผื่อว่าระหว่างทาง ฟังเพลงไปด้วย มองวิวรอบๆไปด้วย มันช่างโรแมนติกที่สุด ระหว่างทางผมเห็นฝูง แกะ และ ฝูงวัวจำนวนมาก โดยเฉพาะน้องแกะที่น่าตาน่ารัก เห็นแล้วอยากวิ่งเข้าไปใกล้ๆจังบรรยากาศข้าง ทางโดยรวมถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว เราไปที่เมืองโรทัวรัวก่อน ไปดูโบสถ์ของชาวเมารีที่นั่น เป็นโบสถ์ที่อยู่ ติดกับทะเลสาปพอดี ผมนั่งนึกภาพถึงการมาโบสถ์ แล้วมองทะลุผ่านกระจกออกไป จะเป็นวิวของทะเลสาป มันช่างสวยงามอะไรเช่นนี้หนอ เมืองโรทัวรัว ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อน พุ่งมาจากใต้ดินมากที่สุด ไปที่ไหนก็ได้กลิ่นซัลเฟอร์เต็มไปหมด น้ำพุร้อน มันขึ้นทุกที่เลย แม้กระทั่ง สวนหลังบ้านของใครหลายคน ภารกิจแรกใช้เวลาไม่นานนัก เราเดินทางกันต่อ ไปเมืองที่ชื่อว่า เทาโป ใช้เวลาเดินทางอีก ประมาณ 1 ชั่วโมง เมืองนี้แหละที่ผมอยากไปมากๆ เพราะว่าเห็นในรูปก่อนมาแล้วว่ามันมีหิมะ และแล้วความฝันของ ผมก็เป็นจริงแค่ครึ่งเดียว เพราะผมเห็น หิมะ แต่ว่ามันอยู่บนยอดเขา ผมไม่ได้สัมผัสมันจริงๆ แต่มองยังไง ก็สวยไปหมด ถ้าเปรียบเทียบกับคนเวลาเราเดินผ่านใครแล้วสะดุดตา เรามักจะหันไปมองอีก มองไม่มอง เปล่าแอบยิ้มซะอีก นั่นแหละความรู้สึกผมครั้งแรกที่รถ วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองเทาโป จากนั้นเราก็พักกินข้าวกันที่ ร้านอาหารไทย รสชาด ก็กินได้สำหรับฝรั่ง แต่สำหรับเราก็แปลกๆนิดหน่อย จากนั้นก็ไปแช่น้ำพุร้อน ให้หายเหนื่อยจากการเดินทางผมมีโอกาสได้เล่นสไลเดอร์ซึ่งมันต้องเดินขึ้นบันได สูงมาก เวลามองลงมา แทบจะไม่อยากเล่นจริงๆแล้วเขาไว้เล่นสำหรับเด็กนะแหละ แต่ผมก็เห็นว่ามันน่าเล่น อยากกลับไปเป็นเด็ก อีกครั้ง ก็เลยอาศัยความเนียน แอบย่องขึ้นไป ทั้งที่เราจะต้องจ่ายตังค์ที่เคาเตอร์ก่อน จริงๆผมก็ไม่รู้หรอก มารู้อีกทีก็ตอนที่เด็กฝรั่งตัวเล็กๆมาบอกตอนที่เรากำลังจะกระโดดจะให้เดินลงมา ก็กลัวเด็กมันว่าเอาว่าเรา ไม่กล้า555จากนั้นเราก็เดินทางกันต่อไปยังน้ำตกที่ชื่อ น้ำที่ตกลงมาไหลผ่านไปนั้นมองเห็นเป็นสีฟ้าเข้มชัดเจน และใสสะอาดมาก ที่สำคัญเย็นเจี๊ยบ ถ้ากระโดดลงไป อุณหภูมิคงเหมือนน้ำเย็นจัดที่เราดื่มกัน เอาเป็นว่าทริปนี้ ผมเรียนรู้อะไรเยอะแยะมากมาย ที่บอกกับตัวเองว่าผมจะกลับมาเยือนเมืองนี้อีกครั้ง


Monday, April 16, 2007

Don't cry

จริงๆก็ไม่อยากเขียนเรื่องนี้ลงหรอกนะ เพราะว่าไม่อยากประจานตัวเอง 555 แต่ว่าที่อยากเขียนก็เพราะว่ามันเป็นบทเรียนชิ้นหนึ่งที่ผมควรจดจำไว้ เผื่อว่าวันหลังมานั่งอ่านก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้ หรือไม่ก็อดสมนำหน้าตัวเองไม่ได้ คุณเคยร้องไห้ไหม? แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนคงต้องเคยร้องไห้ แต่เรื่องที่ผมเขียนนี้ ผมไม่ได้ร้องไห้หรอกนะ ไม่เห็นแม้แต่น้ำตาเลย แต่มันเป็นการร้องไห้ที่อยู่ในใจ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ช่วงที่ผมมานิวซีแลนด์แรกๆ ผมพยายามส่งสิ่งหนึ่ง(ขอไม่บอกละกันนะจ๊ะ เก็บไว้สมน้ำหน้าคนเดียวนะดีแล้ว ไม่อยากให้มาสมน้ำหน้าเพิ่มอีก 555) ไปที่เมืองไทย ก็ส่งทางไปรษณีย์นั่นแหละ เพียงแต่ว่า การที่เราไว้ใจคนอื่นมากเกินไปมันก็ไม่ดีเสมอไปนะ ผมมักจะไว้ใจคนอื่นง่ายๆ ก็ให้เพื่อนผมเป็นคนส่ง แล้วไอ้เพื่อนเจ้ากรรมนี่แหละมันดันไปติดแสตป์แค่ 40 เซนต์ แล้วมันจะไปถึงเมืองไทยไหมหนอ ผมมารู้ทีหลังว่ามันติดแสตมป์ไม่ถึงราคาที่เขากำหนดไว้ ตอนนั้นนะโมโหควันออกหูออกจมูกออกปาก ไม่ได้โมโหเพื่อนเจ้ากรรมนะ โมโหตัวเองที่ทำไมไม่ส่งเองว่ะ ทำไมงี่เง่าอย่างนี้ ผมไปเช็คที่ที่ทำการไปรษณีย์ เขาบอกว่ามันถึงเหมือนกันแต่ใช้เวลานานหน่อย ผมรอมาสองเดือนแล้วมันก็ไม่ถึง สุดท้ายผมรู้แล้วล่ะว่ามันหาย ลืมไปแล้วสิว่าเขียนอะไรในนั้นบ้างนอกเหนือจากสิ่งของแล้ว แต่รู้ว่ามันสำคัญมากทีเดียวว เฮ้อ...คิดแล้วก็เจ็บใจตัวเอง แต่...ช่างมันเถอะ

Let there be light in the darkness.

Somehow I really like this picture. I think it belongs to Jennifer Cook. I want to thank Nueng for sending me this picture. Have you ever watched Dragonball? This is what i am talking about. I wonder where she took this picture. I want to share this picture to you guys. Always give thanks to the Lord for the light of his love that is shining.

What would you like to do when you're alone?



ได้เวลาเขียนเป็นภาษาไทยสักที ทำไมถึงเขียนเป็นภาษาไทยนะหรือ ก็เพราะว่าเวลาต้องการใส่ความรู้สึกเข้าไป ภาษาบ้านเกิดของเราก็น่าจะให้อารมณ์ได้มากกว่าอยู่แล้ว หรือไม่ก็บางทีไม่อยากให้ฝรั่งอ่าน 555. ปล่าวหรอก เรามันไม่ได้เก่งภาษาอะไรมากมายนี่นา มาอยู่นิวซีแลนด์แล้วรู้สึกว่า ภาษากำลังเสียศูนย์ ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอกครับ มันกำลังเดินทางไปสู่จุดหนึ่งที่ภาษาเหนือเขาเรียกว่า มันป๋นกั๋นไปหมดเลยอ่ะ เอ...มานึกในใจตกลงจะพูดภาษาอะไรกันแน่ อะไรๆก็ ey..ey..ey ลงท้ายตลอด เหมือนสิงค์โปร์กับมาเลียเซียอะ อะไรๆก็ lah lah ตลอด บางทีลืมตัว ไปหลงพูด lah ใส่คนที่พูด ey..ey มานึกอีกทีก็ขำตัวเองเหมือนกัน อยู่ดีดีมันก็เป็นไปโดยอัติโนมัติ ไม่ได้ดัตจริดหรืออะไร เพียงแต่มันเข้าหูทุกวันมั้ง
เฮ้อ....เวลาเหงา คุณชอบทำอะไรเหรอ หรือเวลาคุณอยากให้เวลากับตัวเองคุณทำอะไรบ้างเหรอ ผมเป็นคนหนึ่งที่มักมีโลกส่วนตัวสูง แต่ไม่สูงมากจนอยากอยู่คนเดียวหรอกนะ สิ่งที่ผมชอบทำเวลาว่างๆ จริงๆ ผมชอบไปนั่งร้านกาแฟ แล้วมองออกไปข้างนอกร้าน และคงหนีไม่พ้นกาแฟร้านโปรดของผม คุณรู้อยู่แล้วนี่ว่ามันคือ Starbucks นั่นเอง สามรูปข้างบนที่เห็นอยู่นี้เป็นรูปที่ผมถ่ายจากข้างในร้านกาแฟ เวลามองออกไปข้างนอกแล้วมันได้อารมณ์ไปอีกแบบ ผมสามารถนั่งอยู่ในนั่นได้นานมากกว่า 3 ชั่วโมง ชอบเอาหนังสือติดไปสักเล่มไปนั่งอ่าน สั่งกาแฟสักแก้ว และแน่นอนว่าต้องเป็น Frap Caramel แค่นี้ก็มีความสุขสุดๆอย่างบอกไม่ถูก เวลาเหงาๆนะ มักทำบ่อย จะว่าไปกาแฟที่นี่ราคาเท่าเมืองไทยเลยแฮะ ก้อ...ดี


Sunday, April 01, 2007

Songkran Festival in Tauranga

I love this mountainAnother scene
Look closer then you will see sheeps

Well Just wanna show my lovely shoes


Som-Tom Thai

SongKran Festival in Tauranga April 1, 2007. I remember that last year I was preparing to go to Songkran Festival in Chiangmai Thailand but someone came to the Payap Church and stole the laptop. I could not go anywhere. I had to do my senior project again cause my important data was in that laptop. Ohh also It's not my laptop, It was Un's laptop so I had to buy her a new one.

This year I went to Songkran Festival in Tauranga New Zealand. I see many thai people here. I think it's really different from Songkran in Chiangmai. Well I love Songkran in Chiangmai better lah.

Thursday, March 22, 2007

Scenery in Tauranga NZ

My house is on the left
Otumoetai Church of Christ 3 Hours from Auckland
Cherry Wood, Taurang NZ
Sydney Airport
Train station
SPBC School
Quantas in Sydney
When I first got here Roger(the Dean of student) took me and Annie to the town. Annie took many pictures so I got these pictures from her camara.

Monday, March 12, 2007

Men's camp at Mayer Island


What are you looking at?
We can cook Thai Food!!! Yummy!!! the Big Ship
Mt. Maunganui, Bay of Plenty
Mom!!! Dont worry about me at all.
Fishing in the middle of the sea
Sleeping on the way to the Island.
Last weekend I went to Men's camp at the Mayer Island. It's 4 hours away from Tauranga. One thing that I love the most is fishing in the middle of the sea. I love it because it was my first time and I caught 1 fish and released 1 fish. I had a good time at the island. We did many activities such as fishing, kayaking, trekking. At the Island, it was dark at night so I can see shooting stars on the sky as well.

Tuesday, March 06, 2007

Let's celebrate the Zone's website

Version 2



Version 1

Wow I can't believe that the www.payapchristianzone.com is going to reach to 10000. I think I should give something for the first person who reaches to 10000 first. But the problem is I don't know who would be that person. If you know that you are the first one who visit the payap website and you are the 10000th first please let me know by email or post it at my blog then i'll send you some gift. What do you think? I am really happy about the website. We started the website since January 2005 so it's been 2 years already. Thank God for the inspiration. I have some pictures since the first version of the website and the second version. The third version will come out soon and very soon(I don't know yet hehehe).

SPBC Camp 2007





I've been busy with school for the past few weeks. I forgot to put some pictures that I went to the SPBC Camp. The purpose of this camp was to get to know each other more. I had fun at Camp and one thing that I loved it is "Paintball". We did a lot of activities such as we went to the bush at night without the light on, Paintball, Swimming at the waterfall, BBQ(I loved it), Etc. Right now it's 12.02 AM already I am too tried to read a book. I just started a new classes which are 1. Church History 1 (This subject is very hard for me), 2. Crisis Counselling.

Sunday, March 04, 2007

Glory Glory ManU




Something that I will miss, while I am in New Zealand is watching live soccer games. My favourite team is Manchester United(RED DEVIL). I've been watching this team since 1994. I remember the time that my father gambled with his friends, he asked me "what team should we put money on Liverpool or Manchester United for the final game. But my Dad's friend wanted to put money on Manchester. So I had no choice i picked Liverpool and then finally Manchester Won. I remember Eric Cantona scored the goal. This was great because Eric Cantona is my favourite player. But in this fantastic goal that Eric did unfortunately I did lose money.

And now I don't want to confess this, but I can't keep it by myself "But yet how come THE KOP lets the United scored in the last minute." Well this lets me see that Liverpool is not suppose to race against United like it has, They should race with Arsenal.
Hehehehe... I am happy today oh yes I am happy today......